วิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์เทียมในการรักษาโควิด 19

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับไวรัส

ท่ามกลางความตึงเครียดจากสถานการณ์ของไวรัสโคโรนา โควิด 19 นั้นแตกต่างจากไวรัสอื่นๆ เนื่องจากมีโครงสร้างที่ซับซ้อนด้วยลักษณะที่คล้ายกับว่ามีมงกุฎอยู่ล้อมรอบ (จนถูกนำไปตั้งเป็นชื่อเรียก) หากส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ไวรัสถูกปกป้องด้วยเปลือกหุ้มที่เป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยในการถ่ายแบบ เนื่องจากมีคุณสมบัติของจีโนมิกส์เหล่านี้ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอยู่มากมาย ทำให้บริษัทผลิตยาต่างๆ ต้องใช้เวลานานในการพัฒนาตัวยามาเพื่อใช้ในการยับยั้งการถ่ายแบบของไวรัสได้

เนื่องจากเป็นไวรัสใหม่ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังศึกษาอย่างหนักเกี่ยวกับไวรัสและปฏิกิริยาต่อร่างกายมนุษย์ เพื่อพัฒนาวิธีการรักษาขึ้นมา ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจะใช้เวลาประมาณ 12-18 เดือน ในการพัฒนา ทดสอบ และได้เป็นวัคซีนที่สามารถทำไปใช้งานได้ออกมา ปัญหาต้นๆ ที่มีในการวิจัยวัคซีนก็คือถ้าการรับเชื้อนั้นน้อย ร่างกายจะไม่สามารถสร้างแอนติบอดี้ที่จำเป็นขึ้นมาได้ ขณะที่ตัวยาที่แรงเกินไปอาจจะทำให้ผู้ใช้ป่วยขึ้นมา ความหวังสูงสุดของเราก็คือ ในขณะที่กำลังรอวัคซีนออกมา หวังว่าเราจะสามารถค้นพบวิธีการรักษาที่ทำให้ไวรัสสามารถหยุดการเติบโต (แอนตี้-ไวรัส) หรือช่วยบรรเทาอาการที่รุนแรงของโรคได้

Diane Griffin ศาสตราจารย์ทางด้านจุลชีววิทยาและภูมิคุ้มกันวิทยาจากโรงเรียนสาธารณสุขบลูมเบิร์กที่มหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์กล่าวว่าไวรัสนั้นแพร่กระจายในระดับเซลล์ จึงเป็นเรื่องยากที่จะสามารถหาตัวยาที่จะยับยั้งไวรัสได้โดยไม่ทำลายเซลล์ ตามจุดประสงค์แล้ว ยาแอนตี้ไวรัสจะต้องโจมตีส่วนของไวรัสอย่างที่เห็นได้ตามภาพด้านบนเพื่อป้องกันการเติบโต ปัจจัยอีกอย่างคือทำอย่างไรให้ร่างกายของเรานั้นตอบสนองและสร้างแอนติบอดี้เพื่อปกป้องเรา … Read More

เตรียมพร้อมก่อนที่จะแย่ไปกว่านี้: เรียนรู้จากฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรกที่ใช้มาตรการแบบรุนแรงในการต่อสู้กับไวรัส ประชากรหลายล้านคนตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสับสนและความไม่ชัดเจนของกฎเกณฑ์ที่มี มีความเห็นที่ไม่ตรงกันกับสิ่งที่ประธานาธิบดีโรดรีโก ดูแตร์เตได้กล่าวว่าเป็น “การต่อสู้เพื่อการมีชีวิตรอดของเรา” ที่รู้ดีว่าจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวที่มีรายได้น้อยเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ที่การระบาดของโรคค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในฟิลิปปินส์ ก่อให้เกิดปัญหาในโรงพยาบาลที่แออัดไปด้วยผู้คนที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อและผู้ติดเชื้อโควิด 19 แม้ก่อนหน้านี้โรงพยาบาลก็ค่อนข้างยุ่งกับการดูแลผู้ป่วยเคสอื่นๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ทันทีที่รู้ว่าการกักตัวอยู่ที่บ้านอย่างเคร่งครัดนั้นได้ผล ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เตรียมมาตรการที่เข้มงวดกว่านั้นเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัส มีคนไข้เข้ามาในโรงพยาบาลมากขึ้น ในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์เป็นร้อยต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน เนื่องจากโรงพยาบาลขาดแคลนอุปกรณ์สำหรับใช้ป้องกันที่เพียงพอ ทำให้ต้องออกมาปฏิเสธการรับเคสที่เกี่ยวข้องกับโควิด 19 เพิ่ม เพราะไม่มีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับ โรงพยาบาลสี่แห่งในเขตเมืองหลวงประกาศว่า ไม่สามารถรับคนไข้ที่ต้องสงสัยหรือได้รับการยืนยันว่าเป็นโควิดเพิ่มได้ นอกจากนี้ พวกเขาจะดูแลผู้ป่วยบางรายที่มีอยู่ที่ต้องการความดูแลอย่างใกล้ชิดอย่างสุดความสามารถ

กรมอนามัยได้ออกมาแนะนำวิธีการแบ่งประเภทของคนที่มีโอกาสติดเชื้อออกเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกคือ กลุ่มคนที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบ (Person Under Investigation, PUI) และกลุ่มคนที่อยู่ภายใต้การสังเกตการณ์ (Person Under Monitoring, PUM) เนื่องจากโควิด 19 นั้นแพร่กระจายได้ง่ายมาก … Read More

วิกฤตความมั่นคงทางด้านอาหารในประเทศฟิลิปปินส์

สิ่งหนึ่งที่บ่งบอกได้ว่าผู้คนในหลายๆ หมู่บ้านกำลังอดอยากก็คือการที่มีคนทำตัวเป็นขโมย แอบย่องเข้าไปในสวนหรือสถานที่ต่างๆ เพื่อหาของมากิน อย่างพวกมะม่วง… ล่าสุดคนเหล่านี้เตรียมท่อนไม้ไผ่ไว้เป็นอาวุธแล้ว

หลายๆ รัฐบาลในทั่วโลกตอนนี้หันมาใช้มาตรการล็อคดาวน์ เป็นการบังคับให้คนออกมาพบกันในที่สาธารณะน้อยลงเพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของ COVID-19 ความมั่นคงทางด้านอาหารก็กลายเป็นปัญหาที่ถูกมองข้ามไปจากการบังคับใช้นโยบายนี้ เนื่องจากไม่มีการวางแผนเพื่อเตรียมพร้อมกับปัญหานี้มาก่อน รวมทั้งระบบการขนส่งที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ตอนนี้พวกเขาค่อยๆ เผชิญกับวิกฤตความมั่นคงทางด้านอาหาร โดยเฉพาะผู้คนในเมืองมะนิลาบริเวณที่มีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินครอบคลุมซึ่งเป็นเขตนครหลวง การประกาศให้มีการล็อคดาวน์ในเมืองลูซอนและมะนิลาส่งผลต่อสายโซ่อาหารจากท้องไร่สู่ชาวเมืองโดยตรง

มันเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินว่าสิ่งไหนเป็นสาเหตุของการขาดแคลนอาหาร สถานที่หรือเวลาเพราะมันเชื่อมโยงกัน แต่ความมั่นคงทางด้านอาหารในประเทศฟิลิปปินส์ที่ถึงขั้นวิกฤตนั้นเกิดขึ้นจากสองเหตุผลหลักๆ ด้วยกัน ข้อแรก การขาดแคลนอาหารในระยะสั้นๆ นั้นเกิดขึ้นทั่วโลก: คนหวั่นวิตกและซื้อของบนชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ตที่จะถูกเติมสินค้าให้เต็มชั้นอีกครั้งในวันถัดไป มีผู้คนมากมายแตกตื่นและพากันแห่ไปซื้อของที่ร้านขายของชำใกล้บ้าน ร้านเบเกอร์รี และตลาดสดทันทีเมื่อรัฐบาลประกาศใช้นโยบายล็อคดาวน์ในเมืองมะนิลา ซึ่งก็เหมือนกับในอีกหลายๆ ที่บนโลก

ฉันต้องยืนต่อแถวอยู่นานถึงสองชั่วโมงข้างๆ คนที่อาศัยอยู่ในระแวกเดียวกันเป็นร้อยๆ คน พวกเขากำลังต่อแถวรอซื้อของในร้านขายของชำเพื่อเก็บไว้บริโภคในภายหลังอีกหลายวัน คนที่มีกำลังซื้อก็จะซื้ออาหารไว้กักตุนมากจนเกินไปทำให้เกิดการขาดแคลนอาหาร ซึ่งเป็นผลกระทบที่จะกระทบต่อกันเป็นทอดๆ ยิ่งคนเห็นว่าชั้นวางของว่างมากเท่าไหร่ คนก็จะยิ่งกลัวและพากันไปซื้อของมาตุนไว้มากขึ้นไปอีก เพราะพวกเขากลัวว่า พรุ่งนี้จะแย่กว่าวันนี้จนไม่มีของเหลือ … Read More

ทางเลือก การล็อคดาวน์ขั้นจริงจัง

เพื่อทำความเข้าใจว่าการล็อคดาวน์มีประโยชน์อย่างไรบ้าง สามารถพิจารณาได้จากตัวอย่างต่อไปนี้: การแพร่กระจายของโรคโดยทั่วไปในขณะนี้จะลดลงได้เมื่อทุกคนในโลกพร้อมใจกันอยู่ที่บ้านเป็นเวลาสองอาทิตย์ ยกเว้นคนที่มีความจำเป็นในการทำงานจริงๆ การทำแบบนี้จะช่วยกีดกันไม่ให้ไวรัสมีโอกาสแพร่กระจายไปสู่คนอื่นที่อยู่นอกครัวเรือนของตัวเองได้ ใครก็ตามที่ป่วยจาก SARS-nCOV-2 จะค่อยๆ แสดงอาการออกมาภายในเวลาสองอาทิตย์ คุณควรที่จะให้แต่ละครัวเรือนในที่ๆ มีการรายงานผู้ติดเชื้อในพื้นที่ทำการกักตัวเป็นเวลาสองอาทิตย์ การทดสอบเพื่อค้นหาโรคควรเพิ่มขึ้นในทุกๆ ที่ หลังจากที่มีการรายงานผู้ติดเชื้อเกิดขึ้นแล้ว

หลายๆ รัฐบาลและกลุ่มเศรษฐกิจต่างพากันสั่นคลอนเพราะการแพร่กระจายของโรคส่งผลต่อเศรษฐกิจในทางลบอย่างรุนแรง ที่อื่นๆ อย่างประเทศฟิลิปปินส์ ผู้คนวิจารณ์เกี่ยวกับ “การกักตัวของคนในสังคม” เนื่องจากมันช่างคล้ายกับกฎอัยการศึก ในบทความนี้ เราจะมาพูดคุยและแบ่งปันข้อมูลของ 2 กลยุทธ์ที่ควรนำไปปรับใช้กับสถานการณ์ในปัจจุบัน: ตัวเลือกแรกคือการล็อคดาวน์ขั้นจริงจัง และอีกตัวเลือกคือการล็อคดาวน์แบบธรรมดาที่ยังไงก็ต้องใช้ในสถานการณ์เช่นนี้

การล็อคดาวน์ขั้นจริงจัง

การล็อคดาวน์ขั้นจริงจังเป็นการล็อคดาวน์ที่มีการประกาศเคอร์ฟิวโดยมีตำรวจ ทหาร และกำลังกึ่งทหารอื่นๆ มาช่วยเป็นหูเป็นตาเพื่อเป็นการควบคุมให้ทุกคนอยู่ในบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศจีนใช้อยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศด้วยระดับความเข้มงวดที่ต่างกันออกไป โดยปกติแล้วร้านทุกร้านยกเว้นโรงพยาบาลและร้านขายยาจะถูกสั่งให้ปิด ในขณะที่อนุญาตให้เหล่าร้านอาหารและร้านขายของชำสามารถส่งของได้ (หรือให้ลูกค้าซื้อกลับบ้าน) หากเข้มงวดถึงขั้นสุด จะอนุญาตให้มีตัวแทนของสมาชิกในครอบครัวคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถออกจากบ้านมาเพื่อซื้อของใช้จำเป็นจากร้านขายของชำได้ ประเทศอิตาลีกำลังใช้นโยบายแบบนี้อยู่ ตามด้วยประเทศอินเดียเมื่อไม่กี่วันมานี้… Read More

รายงานสถานการณ์: ฟิลิปปินส์

2 อาทิตย์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์ ที่ชวนให้นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกันในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อมองย้อนกลับไป มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากมายที่เดินทางเข้ามาในประเทศในช่วงปลายเดือนมกราคม ก่อนที่จะมีการประกาศใช้นโยบายจำกัดการเดินทาง มีรายงานพบผู้ติดเชื้อจำนวน 3 รายที่ถูกตรวจพบในช่วงปลายเดือนมกราคม (ซึ่งสองคนเสียชีวิตในเวลาต่อมา) ตามด้วยรายงานพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในภายหลัง จากนั้นก็มีสัญญาณอันตรายเพิ่มขึ้นอีกเมื่อประเทศไต้หวันตรวจพบผู้ติดเชื้อภายในประเทศที่เดินทางมาจากประเทศฟิลิปปินส์ในวันที่ 6-7 มีนาคมที่ผ่านมา ต่อมามีการพบผู้ติดเชื้อที่ไม่มีประวัติในการเดินทางหรือได้พบปะกับคนที่มีประวัติในการเดินทางมาก่อน

หลายอาทิตย์ต่อมา เจ้าหน้าที่และหลายๆ หน่วยงานก็เริ่มพิจารณาว่าจากสถานการณ์ดังกล่าว บ่งบอกถึงอะไร: ก่อนหน้านี้มีการระบาดของโรคที่ไม่สามารถยับยั้งได้ในประเทศฟิลิปปินส์ ในสหรัฐอเมริกาก็เช่นเดียวกัน โดยสาเหตุที่ไม่สามารถยับยั้งได้เนื่องจากขาดชุดเครื่องมือในการตรวจสอบโรคที่เพียงพอ จนกระทั่งสองอาทิตย์ที่แล้วกรมอนามัยของประเทศฟิลิปปินส์ต้องส่งชุดเครื่องมือออกนอกประเทศเพื่อทำการทดสอบ ขณะนี้มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์กำลังทดสอบการใช้ PCR ซึ่งส่งผลให้มีการทำแล็บไบโอมากมายเกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัย โดยมีการทดสอบมากถึง 2,000 เคสเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

การแพร่ระบาดของโรคที่เกิดขึ้นเป็นเพราะไม่ได้รับการตรวจสอบที่เพียงพอ กรณีที่ผลตรวจเป็น negative แต่กลับกลายมาเป็น positive ในภายหลังมีมากถึง 17% มีคนที่ถูกตรวจสอบแล้วได้ผลเป็น positive จำนวน … Read More