รายงานสถานการณ์: ฮ่องกงและมาเก๊า

ฮ่องกง

เมื่อวันที่ 9 เมษายน ฮ่องกงมีเคส COVID-19 ทั้งหมด 974 ราย โดย 664 รายกำลังทำการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลและมีผู้เสียชีวิต 4 ราย โดย 2 คนแรกที่เป็นผู้ติดเชื้อในฮ่องกงนั้นได้รับการรายงานเมื่อวันที่ 22 มกราคม จากการที่มีผู้ชายหนึ่งคน อายุ 39 ปี ได้มีอาการของโรคปอดบวมหลังจากการเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่นไปยังเมืองเซินเจิ้นและมายังฮ่องกง ชายอีกคนอายุ 56 ปี หลังจากที่ได้รับการทดสอบแล้วมีผลเป็นบวก เขาได้เดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่นอีกเช่นกันในอาทิตย์ก่อนหน้า 10 คนแรกที่ได้รับการรายงานว่าเป็นผู้ติดเชื้อนั้นล้วนแต่มีความเชื่อมโยงกับคนที่อาศัยอยู่หรือมีประวัติการเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่นมาก่อน จนมาถึงการรายงานของเคสที่ 11 ซึ่งเป็นลูกสาวของเคสที่ 9 และ 10 ซึ่งถือเป็นเคสแรกทีไ่ด้รับการยืนยันโดยที่ไม่เคยมีประวัติการเดินทางมาก่อน แม้ว่าการแพร่เชื้อกันเองของผู้คนในฮ่องกงจะเป็นไปอย่างช้าๆ ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่สุดท้ายแล้วเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ฮ่องกงก็มีเคสของผู้ติดเชื้อเป็น 100 คน

ตัวเลขของค่าเฉลี่ยจํานวนผู้ติดเชื้อโดยตรงจากผู้แพร่เชื้อหนึ่งคน (effective reproductive number, R0) ในฮ่องกงอยู่ที่ 0.9-2.7 ในเดือนเมษายน ซึ่งจะยังคงค่อยๆ มีการเพิ่มขึ้นของเคสผู้ติดเชื้อ โดยในเดือนมีนาคมมีการรายงานของผู้ติดเชื้อสูงสุด 456 รายเมื่อวันที่ 26 มีนาคม โดยเคสส่วนใหญ่นั้นมาจากการมีปฏิสัมพันธ์กับคลื่นลูกที่สองของการระบาดจากชาวยุโรปและอเมริกา อย่างไรก็ตามการแพร่เชื้อในสังคมนั้นได้กลายเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่คนไข้ 225 รายและบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลป๊อก โออีต้องกักตัว หลังจากที่มีเคสของ COVID-19 รายหนึ่งที่ได้รับการรักษาในบริเวณของส่วนกลางโดยที่ไม่รู้มาก่อนหรือตำรวจปราบจลาจลจำนวน 130 คนจากเกาลูนตะวันตกต้องทำการกักตัว เนื่องจากมีนายตำรวจคนหนึ่งได้รับตรวจหาโรคแล้วมีผลเป็นบวกในเดือนมีนาคม

ที่มา: New York Times

กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพของหน่วยงานด้านสุขภาพของฮ่องกงคือ การวางแผนเพื่อต่อสู้กับไวรัสและการค้นหาคนที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ เคสส่วนใหญ่ถูกนำมาตรวจหาโรคก่อนที่พวกเขาจะสามารถแพร่ไวรัสไปยังบุคคลอื่นโดยไม่รู้ตัวซะอีก ประชาชนในประเทศให้ความร่วมมืออย่างง่ายดายในการสวมใส่หน้ากากและอยู่ร่วมกันแบบมีระยะห่างทางสังคม ทำให้เป็นการบังคับใช้ที่มีประสิทธิผลสำหรับสังคมในฮ่องกงโดยรวมต่อการรับมือกับ COVID-19 อย่างจริงจัง จากความกดดันของสังคมจากการที่ใครๆ เค้าก็ทำกัน การปฏิบัติที่ถูกสุขลักษณะในช่วงแรกๆ ก็คือ การใส่หน้ากาก ใช้เจลล้างมือบ่อยๆ นั่งโต๊ะแยกกันเวลารับประทานอาหาร ทำงานที่บ้าน คอยวัดไข้เมื่อมีอาการ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาเคยทำมาตั้งแต่ครั้งที่มีการแพร่ระบาดของซาร์สเมื่อปี 2003

สถานการณ์ในฮ่องกงค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ตึงเครียดอยู่ จากช่วงเวลาของการที่เชื้อค่อยๆ แสดงอาการออกมาในช่วง 6-14 วัน (เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 4-5 วัน) กว่าจะมีอาการแสดงออกมา และการแพร่เชื้อโรคมักจะเกิดขึ้นตอนที่ยังไม่มีการแสดงอาการออกมา มีความกังวลอยู่ว่าถ้านโยบายมีความหละหลวมเกินไป อาจทำมาสู่การแพร่ระบาดที่หนักกว่าเดิมได้

มีการระบุออกมาว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 อาจอยู่ในระดับร้อย (150-300) สำหรับการติดเชื้อในคลื่นแรกของฮ่องกง หนึ่งในนั้นประมาณหนึ่งในสามและครึ่งหนึ่งได้รับการค้นพบจากการค้นหาคนที่มีปฏิสัมพันธ์กับคนที่ติดเชื้อก่อนหน้าและนำตัวมาทำการทดสอบ CFR ของเคสในช่วงต้นเดือนมีนาคมจะแสดงค่าประมาณ 3% ซึ่งค่อนข้างใกล้เคียงกับเกาหลีที่มีค่า 2% โดยจะต้องใช้เวลาอีกสองสามอาทิตย์กว่าจะรู้ได้ว่าผู้ติดเชื้อจากคลื่นลูกที่สองสามารถถูกตรวจพบได้มากน้อยแค่ไหน

ในช่วงปลายเดือนมีนาคม มีการจำกัดการเดินทางเข้าประเทศสำหรับชาวต่างชาติและมีการบังคับใช้มาตรการกักตัวเป็นเวลา 14 วันด้วย อาทิตย์นี้ มีการห้ามไม่ให้คนที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศฮ่องกงทั้งหมดเดินทางเข้ามาจนกว่าจะมีประกาศออกมาอีกครั้งด้วย นอกจากนี้ยังมีการห้ามไม่ให้รวมตัวกันเกิน 4 คน หากใครฝ่าฝืนต้องเสียค่าปรับ โดยมีการปรับเงินเกิดขึ้นแล้วกับกลุ่มคน 6 คนที่รวมตัวกันเพื่อเล่นหมากรุก

ร้านอาหารและบาร์ต่างๆ ถูกห้ามไม่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในขณะที่หลายๆ แห่งเริ่มทยอยจำกัดเวลาเปิดร้านหรือให้บริการสำหรับซื้อกลับไปทานที่บ้านเท่านั้น ทำให้ส่งผลกระทบต่อร้านแมคโดนัลหรือร้านอาหารที่เปิดบริการนานในลักษณะเดียวกันเป็นแหล่งรวมของผู้คนมากขึ้นเป็นร้อยๆ คนโดยเฉพาะคนงานที่มีรายได้น้อยที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในแมคโดนัลหรืออยู่แบบข้ามคืนก็มี เมื่อพวกเขาเดินตามท้องถนนอีกครั้งก็เป็นการเพิ่มความเสี่ยงทางด้านสุขภาพและสร้างความตื่นตระหนกของผู้คนได้ ไม่ได้มีเพียงแค่คนยากจนหรือคนไร้บ้านเท่านั้นที่ไม่มีแผนในการรับมือกับปัญหานี้ แม้แต่คนงานทั้งในประเทศและต่างประเทศก็ถูกปลดออกจากงานเป็นจำนวนมากและไม่ได้รับการช่วยเหลือจากแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆ

มาตรการกักตัวที่รัฐบาลบังคับใช้นั้นถูกให้ความเห็นว่าเป็นไปอย่างไม่เท่าเทียมกันนัก บางคนได้รับอนุญาตให้สามารถกักตัวที่บ้านได้ ในขณะที่บางคนต้องกักตัวในโรงแรม และบางคนก็กักตัวอยู่ในแคมป์ รายงานจาก CNN เมื่อไม่นานมานี้แนะนำให้ทำบัญชีรอเรียกโดยอาจยาวถึงหนึ่งอาทิตย์สำหรับคนที่ต้องกักตัว และเมื่ออยู่ในแคมป์แล้ว ทุกอย่างก็จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

มากไปกว่านั้น สำหรับคนที่กักตัวอยู่ที่บ้านหรือโรงแรม ใส่ริสแบนด์พร้อมทั้งใช้แอปพลิเคชันมือถือเป็นตัวช่วยทำให้หน่วยงานสาธารณะมั่นใจได้กว่าการกักตัวเป็นไปด้วยดี มีแค่หนึ่งในสามของริสแบนด์ทั้งหมด 6,000 ชิ้น ที่ถูกแจกให้กับคนที่เดินทางกลับประเทศในช่วงปลายเดือนมีนาคมและถูกเปิดการใช้งาน โดยคนที่เปิดการใช้งานในแอปพลิเคชันกลับประสบปัญหาในการใช้งาน และมีริสแบนด์บางอันที่ไม่สามารถใช้งานได้ด้วย โดยริสแบนด์ที่ว่านี้ถูกแจกจ่ายให้กับคนที่เดินทางและถูกสั่งให้ต้องกักตัวอยู่บ้านมากถึง 50,000 คน ส่วนคนอื่นๆ ไม่ได้ปฏิบัติตามเรื่องการกักตัว มีหลายคนที่ถูกจับกุมไปกักตัวที่แคมป์ซึ่งมีความเข้มงวดกว่าและนำไปสู่การดำเนินคดีกันในขณะนี้

ในขณะที่รัฐบาลกำลังวางแผนวิธีการต่างๆ เพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 พวกเขาก็กำลังเริ่มวางแผนในการรื้อฟื้นสภาพเศรษฐกิจจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยไม่ให้แย่จนเกินแก้ไข เดน เชง ผู้อำนวยการบริหารของการท่องเที่ยวฮ่องกงได้ประกาศแผนในการรื้อฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเดือนกรกฎาคมจะดีที่สุดถ้าเป็นไปได้ การท่องเที่ยวได้ถดถอยลง 96.4 เปอร์เซ็นต์ปีต่อปีในเดือนกุมภาพันธ์ โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก COVID-19 โดยสัมพันธ์กับการค้าขายปลีกที่ตกลง 44 เปอร์เซ็นต์และการค้าขายของสินค้าชั้นดีตกลง 78.5 เปอร์เซ็นต์ การซื้อบ้านและอสังหาริมทรัพย์ได้ตกลงถึง 4 ปี เนื่องจากมีคนต้องการปล่อยขายเป็นจำนวนมากนำมาซึ่งราคาที่ค่อนข้างต่ำในตลาด

เพื่อลดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ได้มีการจัดตั้งการสนับสนุนเงินสดจำนวน 10,000 HKD (41,090 บาท) ให้กับผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ถาวร ธุรกิจค้าปลีกได้ถูกจัดให้ได้รับการสนับสนุนจากเงินจำนวน 5.6 พันล้าน HKD ในเดือนนี้ กลุ่มของร้านย่อยที่อยู่ภายใต้บริษัทเดียวกันที่เข้าเกณฑ์จะได้รับการสนับสนุนเงินจำนวน 3 ล้าน HKD และธุรกิจขนาดเล็กอื่นๆ ที่เข้าเกณฑ์จะได้รับการสนับสนุนเงินจำนวน 8,000 HKD รัฐบาลฮ่องกงได้ซื้อตั๋วเครื่องบินจำนวน 500,000 ใบเพื่อเป็นการช่วยเหลือด้านการเงินสำหรับอุตสาหกรรมการบิน มีการเพิ่มเงินอีกจำนวน 137.5 พันล้าน HKD เพื่อใช้เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจโดยมีการประกาศออกมาในอาทิตย์นี้ รวมถึงข้อกำหนดสำหรับความมั่นคงในการทำงาน เช่น การช่วยเหลือเงิน 50 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนเป็นต้น

มาเก๊า

นักท่องเที่ยวสองคนเป็นผู้ติดเชื้อรายแรกๆ ที่ได้รับการยืนยันเคส คนแรกเป็นผู้หญิงอายุ 52 ปี และคนที่สองเป็นผู้ชายอายุ 66 ปี เมื่อวันที่ 22 มกราคม ส่วนเคสต่อมาถูกพบเมื่อวันที่ 26 มกราคม เป็นผู้หญิงสามคนโดยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเมืองอู่ฮั่นมาก่อน สองคนได้เดินทางผ่านสะพานโลตัสในขณะที่อีกคนเดินทางเข้ามาในมาเก๊าผ่านทางฮ่องกง ในเวลาเดียวกันก็ทำให้มีคนหวั่นกลัวกับการแพร่เชื้อในฮ่องกงขึ้นเรื่อยๆ มหาวิทยาลัยและโรงเรียนต่างๆ เริ่มปิดโดยทันที ในขณะที่อีเว้นท์ในช่วงตรุษจีนก็ถูกยกเลิกและห้ามปรามอย่างจริงจัง วันที่ 4 กุมภาพันธ์มีการยืนยันเคสเพิ่มอีกห้าราย แม้ว่าเคสที่น่าสงสัยจะถูกส่งให้ไปกักตัว ก็ยังไม่มีเคสใหม่ๆ เพิ่ม จนเมื่อวันที่ 6 มีนาคมมีผู้ติดเชื้อ 10 รายที่ฟื้นตัวจนเป็นปกติ แต่การระบาดของโรคครั้งที่สองก็เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอีกหลายเดือนต่อมา จนตอนนี้ยอดอยู่ที่ 45 รายเมื่อวันที่ 9 เมษายน

มาเก๊าเป็นหนึ่งในไม่กี่ที่ที่มีการเติบโตของเคสผู้ติดเชื้อค่อนข้างน้อย ทำให้คาสิโนและอุตสาหกรรมหลักๆ และโรงเรียนในมาเก๊าค่อยๆ เริ่มเปิดให้บริการอีกครั้งในขณะที่ยังมีจุดตรวจไข้ตั้งอยู่ ต้องใส่หน้ากากในที่สาธารณะ และมีมาตรการในการฆ่าเชื้อโรคอย่างเข้มงวดในภาคปฏิบัติ คาสิโนเริ่มเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ แม้จะแทบไม่มีคนเข้าไปใช้บริการก็ตาม โดยรัฐบาลได้ติเตียนการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งของพวกเขา เนื่องจากสวนและสถานที่สาธารณะอื่นๆ ต่างก็ยังคงปิดให้บริการอยู่

โรงเรียนและสถานที่สำหรับออกกำลังกายได้วางแผนว่าจะกลับมาเปิดให้บริการในอนาคตอันใกล้เช่นกัน จนกระทั่งเกิดคลื่นที่สองของการระบาดของโรคเกิดขึ้นในโรงเรียน ทำให้ต้องเลื่อนการเปิดไปจนถึงวันที่ 19 มีนาคม เนื่องจากการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นในทั่วทุกมุมโลก ใครที่ไม่ได้มีถิ่นฐานอย่างถาวรในฮ่องกง ไต้หวัน จีน หรือนักท่องเที่ยวที่มีประวัติในการเดินทางเข้าไปยังประเทศนั้นๆ ถูกห้ามไม่ให้เข้ามาในมาเก๊าตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมเป็นต้นไป

ถึงแม้ว่าเคสของผู้ติดเชื้อในมาเก๊าจะมีน้อยเมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ ของโลก นโยบายของรัฐบาลก็ไม่ได้เคร่งครัดแต่อย่างใด ประชาชนได้ร้องขอให้รัฐบาลปิดชายแดนที่ติดกับจีนในเดือนมกราคม แต่ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ขอ แต่ให้มีการกรอกฟอร์มประวัติการเดินทางและทางสุขภาพแทน รวมทั้งมีการใช้ตัวมอนิเตอร์สำหรับวัดไข้ที่จุดข้ามแดนต่างๆ ก่อนหน้านั้นผู้คนได้พากันซื้อหน้ากากไว้ใช้ในช่วงแรกๆ ทำให้มีการค้ากำไรเกินควรและการคดโกงต่างๆ เกิดขึ้น รัฐบาลจึงได้เปิดช่องทางออนไลน์ให้ประชาชนสามารถเช็คได้ว่ามีหน้ากากขายอยู่ที่ไหนบ้างและทำให้การซื้อเป็นไปอย่างทั่วถึงได้มากขึ้น

เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มว่าจะแย่ลง ยังมีข่าวลือแพร่สะพัดเกี่ยวกับการจ่ายเงินให้กับเหล่าพนักงานเพื่อหยุดงาน รัฐบาลไม่ได้เพียงแต่ไม่สนใจข่าวลือเท่านั้น แต่ได้ขู่ว่าจะทำการดำเนินคดีทางการเมืองสำหรับคนที่กุเรื่องขึ้นมาด้วย ในช่วงเดือนมีนาคม ประชาชนกำลังทุกข์ยากจากเศรษฐกิจที่ซบเซาจนนำไปสู่ข่าวลือในแนวนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการวิจารณ์รัฐบาล มีชนชั้นแรงงานมากถึง 75 เปอร์เซ็นต์ที่พึ่งการพนันและเกมต่างๆ มีการถดถอยถึง 80 เปอร์เซ็นต์ปีต่อปีของรายได้เกมสำหรับเดือนมีนาคม โดยกำลังแย่ลงเรื่อยๆ

หลังจากมีการวิจารณ์ถึงการกลับมาเปิดคาสิโนก่อนการเปิดให้บริการอีกครั้งของสวนสาธารณะและโรงเรียน ที่สนใจสร้างรายได้โดยไม่สนใจความปลอดภัยของผู้คน รัฐบาลของมาเก๊าได้เปลี่ยนมาให้ความสนใจกับธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับเกมและประชาชนแทน มีการประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อวันที่ 9 เมษายนโดยจะให้เงินกับประชาชนจำนวน 5,000 MOP หลังจากที่ให้ไปแล้วรอบแรก 3,000 MOP นอกจากนี้ยังมีการแบ่งส่วนจากหมื่นล้าน MOP มาสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ขณะที่ส่วนอื่นๆ จะนำไปสนับสนุนด้านสวัสดิการสังคมและพนักงานในรูปแบบของเงินสนับสนุนก้อนใหญ่ 15,000 MOP

ตัวเลขของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในมาเก๊าดูเหมือนว่าจะต่ำกว่าเพื่อนบ้านอย่างฮ่องกงที่มีค่า R0 อยู่ที่ 0.9-2.7 แม้จะไม่มีจำนวนเคสมากนัก แต่ถ้าไม่มีการกำหนดข้อจำกัดที่จำเป็น ก็อาจเป็นสาเหตุการเพิ่มจำนวนเคสของผู้ติดเชื้อได้ ประชาชนค่อยๆ มีความกังวลเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนมีนาคม ทำให้มีคนปฏิบัติตามมาตรการอยู่ร่วมกันในสังคมแบบมีระยะห่างมากขึ้นเรื่อยๆ โดยถึงแม้ว่าเคสใหม่ๆ จะไม่ได้มาจากการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งของคาสิโน ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ถูกวิจารณ์ถึงความเหมาะสมอยู่ดี คาสิโนได้กลับมาเปิดแบบเต็มรูปแบบเลยหรือไม่? – เปิดให้บริการแค่ 3 ใน 4 เท่านั้น – หากมีการระบาดของโรคเกิดขึ้นอีกเป็นคลื่นลูกที่สอง ครั้งนี้อาจถึงชีวิตได้ มีข้อโต้เถียงเกิดขึ้นว่าควรมีการเปิดให้ผู้คนสามารถเดินทางไปยังสวนสาธารณะต่างๆ ได้ โดยกรณีที่เปิดเพื่อให้คนไปออกกำลังกายได้นั้นจะได้คะแนนสูงสุด การเปิดสวนสาธารณะให้กับประชาชนที่อยู่ในภาวะซึมเซาที่ไม่ได้ออกไปทำงานอย่างเคย ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับรัฐบาลของมาเก๊า

การตัดสินใจปิดโรงเรียนต่างๆ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนให้การวิจารณ์กัน แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ทั่วทั้งโลกทำก็ตาม มีคำแนะนำออกมาว่าการอยู่ร่วมกันแบบมีระยะห่างในโรงเรียนไม่น่าจะได้ผล ในขณะที่มีการวิจัยออกมาได้ผลในลักษณะตรงกันข้าม การเปิดโรงเรียนตามปกติน่าจะดูเกินความจริงไปหน่อย แต่รัฐบาลก็ควรที่จะดูแลอย่างใกล้ชิดและวางแผนสำหรับปีการศึกษาหน้าร้อนที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียน

เขตการปกครองพิเศษขนาดเล็กเป็นหนึ่งตัวอย่างของสัญญาณอันตรายที่เกิดขึ้นทันทีจากการเปิดให้บริการของสถานที่ต่างๆ อีกครั้ง ก่อนการค้นพบวัคซีนที่สามารถใช้ได้ทั่วโลกซะก่อน การที่เศรษฐกิจซบเซาจากกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวที่ถูกจำกัดอาจส่งผลอีกอย่างต่อเนื่องเนื่องจากข้อห้ามในการเดินทางจากต่างประเทศที่ไม่มีการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคและทำให้มีความต้องการกลับมาเปิดให้บริการของสถานที่ต่างๆ เพิ่มมากขึ้นอีก การดูแลจัดการเพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยและการศึกษาควรมีการร่วมมือกันโดยทันทีเป็นสิ่งที่สำคัญมาก มาเก๊าได้มีการดำเนินการต่างๆ เพื่อให้กลับสู่สภาวะปกติด้วยการต้องใส่หน้ากากเวลาอยู่ในที่สาธารณะ จำกัดพื้นที่สาธารณะ และทำให้มั่นใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้กันเกินสองเมตร ตลอดทั้งอุตสาหกรรมของพวกเขาเป็นส่วนที่เล็กมากๆ สำหรับส่วนอื่นๆ ของโลกที่จะศึกษา

นโยบายแนะนำสำหรับฮ่องกงและมาเก๊า

  1. รักษาไว้ซึ่งระดับในการตรวจหา COVID-19 ที่มีอยู่เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อที่ยังไม่ถูกค้นพบต่อไป
  2. รักษาไว้ซึ่งการค้นหาผู้ที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับเคสผู้ติดเชื้อ COVID ก่อนหน้า เนื่องจากวิธีที่มีประสิทธิผลในการกำจัดการแพร่ระบาดของโรคให้หมดสิ้นต้องการวัคซีนมาช่วยอย่างปฏิเสธไม่ได้
  3. รักษาไว้ซึ่งนโยบายในการปิดชายแดนอย่างเคร่งครัด – แม้ว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของประเทศก็ตาม เนื่องจากสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าพวกเขาจะปลอดภัย
  4. สร้างนโยบายทางด้านการเงิน – แม้ว่าจะมีแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงนโยบายสนับสนุนในระยะสั้นเท่านั้น เช่น ให้การท่องเที่ยวกลับมาบูมอีกครั้งในช่วงหน้าหนาว 2020 แทนหน้าร้อน 2020 เพื่อให้การท่องเที่ยวถูกจำกัดอย่างจริงจังเพื่อป้องกันคลื่นระบาดครั้งใหม่ของโรคเกิดขึ้น รักษาฐานเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวของปี 2020 และ 2021 ดูเหมือนจะเกินจริงไปซะหน่อย ทั้งมาเก๊าและฮ่องกงควรประเมินนโยบายเพื่อสร้างงานอื่นๆ ที่นอกเหนือจากภาคของการท่องเที่ยว
  5. รัฐบาลของมาเก๊าและฮ่องกงควรเปิดให้มีการพูดคุย สนทนา และอัปเดตกับประชาชนเพื่อตอบคำถามจากการวิจัยและเรื่องอื่นๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.