รายงานสถานการณ์: มาเลเซีย

ในขณะที่กำลังเขียนรายงานสถานการณ์อยู่นี้ ประเทศมาเลเซียได้รายงานเคสผู้ป่วยแล้วจำนวน 4,119 ราย โดยมีผู้เสียชีวิต 65 ราย และ 1,487 รายได้รับการเยียวยาจนหายดีแล้ว มาเลเซียได้รายงานผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายแรกเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2020 และอีกหลายสัปดาห์ต่อมาก็ค่อยๆ มีการรายงานของจำนวนผู้ติดเชื้อที่มากขึ้น โดยทั้งหมดเป็นชาวจีน เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ มาเลเซียได้ทำการบันทึกเคสรายแรกที่เป็นคนในท้องถิ่นเอง ทำให้มีจำนวนของผู้ติดเชื้อรวมทั้งหมด 29 รายเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์

จนกระทั่งมีกิจกรรมทาบลิ จามัต (Tabligh jamaat)

ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 1,591 รายจากการที่มีคนไปเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาทาบลิ จามัต โดยรวมตัวกันที่สุเหร่าจาเม็กในเขตซรีเปอตาลิง เมืองกัวลาลัมเปอร์ ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์จนถึง 1 มีนาคม คาดว่ามีผู้เข้าร่วมจำนวน 12,000 – 16,000 คนที่ได้พบปะกันอย่างใกล้ชิดและรับประทานอาหารร่วมกัน มีมากกว่า 620 คนในประเทศมาเลเซียที่ได้รับการตรวจแล้วมีผลเป็นบวกจากการเข้าร่วมอีเว้นท์นั้น มีเคสในประเทศบรูไน (เป็นส่วนใหญ่ 73 ราย) ไทย (10) สิงคโปร์ (5) และกัมพูชา (22) ที่เมื่อทำการตรวจสอบแล้วพบว่ามีสาเหตุมาจากกิจกรรมทาบลิเช่นกัน วันที่ 17 มีนาคมเป็นวันแรกที่มีรายงานของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นนักบวชวัย 60 ปี และอีกคนเป็นผู้เข้าร่วมกิจกรรมทาบลิอายุ 34 ปี วันที่ 20 มีนาคมมีจำนวนของผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 1,030 ราย โดยมี 15 คนเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการแพร่เชื้อ จนเมื่อวันที่ 23 มีนาคม มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และวันที่ 29 มีนาคมเป็นวันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 9 ราย

หลังจากเกิดเหตุการณ์มีผู้ป่วยติดเชื้อจากกิจกรรมทาบลิ หน่วยงานจึงได้ออกประกาศคำสั่งในการควบคุมการเคลื่อนไหว (MCO) เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ซึ่งประกอบไปด้วยคำสั่งห้ามทั้งหมด 6 ข้อ โดยมีผลไปจนถึงวันที 31 มีนาคมและถูกขยายเวลาอีกไปจนถึงวันที่ 14 เมษายน เป็นการห้ามไม่ให้คนออกมารวมตัวกัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางศาสนา กีฬา กิจกรรมทางสังคมหรือวัฒนธรรมก็ตาม ธุรกิจต่างๆ ต้องปิดให้บริการยกเว้นที่มีความจำเป็นอย่างเช่นตลาดและร้านสะดวกซื้อต่างๆ คนที่เดินทางมาจากต่างประเทศจะต้องได้ผ่านการตรวจสุขภาพและต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติถูกห้ามไม่ให้เดินทางเข้าประเทศ โรงเรียนต้องปิดการเรียนการสอน กิจกรรมนอกเหนือจากนี้ถูกยกเลิก สถานที่ทางราชการและเอกชนต้องปิดยกเว้นบริการที่มีความจำเป็นต่างๆ เช่น สาธารณูปโภค บริการไปรษณีย์ รายการออกอากาศ ธนาคาร สาธารณสุข บริการด้านสุขภาพ คุก และบริการจัดส่งอาหาร

หลังจากที่มีคำสั่ง MCO ออกมา หน่วยงานต่างๆ ได้เพิ่มการตรวจหาโรค COVID-19 มากขึ้นด้วย โดยให้ความสำคัญกับเคสที่มีการแสดงอาการ การทดสอบของประเทศมาเลเซียอยู่ในอัตรา 1,255 ต่อ 1 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเกาหลีจะอยู่ที่ 6,500 และสิงคโปร์อยู่ที่ 6,800 ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำให้เพิ่มอัตราการตรวจหาโรคและขยายการตรวจไปยังคนที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อด้วย นอกจากนี้ การตรวจสอบควรมุ่งเน้นไปที่บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ให้บริการเช่น คนส่งของ แคชเชียร์ และคนที่อาศัยอยู่ในที่ที่มีการแพร่กระจายของเชื้อโรคอย่างหนัก ประเทศมาเลเซียมีห้องแล็บทั้งหมด 46 ห้อง ที่สามารถใช้เป็นสถานที่ในการตรวจหาโรคได้ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม มีการตรวจสอบเพิ่มขึ้นเป็น 11,750 ครั้งต่อวัน โดยหน่วยงานได้ออกมาพูดถึงเป้าหมายว่าต้องการจะทำการทดสอบให้ได้ 16,500 ครั้งต่อวันโดยใช้ชุดตรวจ PCR ประเทศมาเลเซียกำลังพยายามสร้างชุดตรวจขึ้นมาด้วยตัวเอง พร้อมทั้งสั่งซื้อจากต่างประเทศด้วย

มีหลายสัญญาณที่บ่งบอกว่าประชาชนโดยทั่วไปยังไม่ปฏิบัติตาม MCO อย่างเคร่งครัด รวมถึงคนที่พยายามปกปิดว่าตัวเองมีประวัติการเดินทางไปยังสถานที่ๆ มีความสุ่มเสี่ยงมาก่อน บางคนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมทาบลิได้ปฏิเสธการตรวจหาโรค ทำให้หน่วยงานต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการนำตัวพวกเขามาตรวจสอบให้ได้ แต่แพทย์ให้การรายงานว่าพวกเขาไม่ค่อยให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่ จากการที่กิจกรรมทาบลิได้ทำการแพร่กระจายเชื้อไปแล้วต่อคนถึง 5 รุ่น ทำให้อาจเกิดคลื่นการแพร่กระจายของโรคในประเทศขึ้นเป็นครั้งที่สาม ผู้คนในท้องถิ่นได้เริ่มปิดกั้นทางเข้าหมู่บ้านของตัวเองออกจากการคลื่นการแพร่กระจายของโรคครั้งที่สามนี้ ทำให้เป็นการปิดกั้นการให้ความช่วยเหลือเรื่องอาหารจากการพยายามกักตัวเพื่อแยกออกไปนั้น

แผนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2 แผน ได้ถูกประกาศออกมาแล้ว โดยครั้งแรกทำการประกาศโดยนายกรัฐมนตรีมาฮาดีร์ บิน โมฮามัดก่อนหมดวาระเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ และครั้งที่สองทำการประกาศโดยนายกรัฐมนตรีคนใหม่ม ุฮ์ยิดดิน ยัซซินเมื่อวันที่ 27 มีนาคม โดยแผนแรกจะใช้งบประมาณจำนวน 20 พันล้านริงกิตมาเลเซีย (4.6 พันล้านดอลลาร์) ในการพัฒนาด้านธุรกิจ รวมทั้งผลกระทบจากการจำกัดการเดินทางระหว่างภูมิภาคและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และวันที่ 27 มีนาคม 230 พันล้านริงกิตมาเลเซียเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลรับรู้ถึงผลกระทบจากกลุ่มคนที่เข้าร่วมกิจกรรมทาบลิ เป็นการ “ห่วงใยประชาชน” ด้วยการจัดเตรียม 128 พันล้านริงกิตมาเลเซียเพื่อจ่ายให้กับครัวเรือนและประชาชนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ลดค่าน้ำค่าไฟ และผัดผ่อนค่าเช่าและการเกษียณอายุพนักงาน งบประมาณที่ใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวน 250 พันล้านริงกิตมาเลเซียนั้นคิดเป็น 15.5% ของ GDP ประเทศมาเลเซียและเทียบเท่ากับ 84.2% ของงบประมาณในปี 2020

สิ่งที่มีความชัดเจนคือ มีการเผยแพร่ข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับการแพร่กระจายของไวรัสเพื่อการป้องกันไวรัสที่ดีกว่าประเทศอื่นๆ มีการตรวจสอบตั้งแต่เนิ่นๆ และมีการห้ามการรวมตัวกันทำให้สถานการณ์ในประเทศมาเลเซียนั้นพ้นขีดอันตรายมาได้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทาบลิอ้างว่า พวกเขาและประชาชนโดยทั่วไปไม่ได้รับสัญญาณเตือนที่เพียงพอในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตามการเตือนก่อนหน้าและตัวอย่างของประสบการณ์ที่เห็นได้จากประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในเอเชียเองก็น่าจะเป็นสัญญาณเตือนที่ดังเพียงพอแล้ว อย่างไรก็ตาม หน่วยงานต่างๆ ได้ลงมือปฏิบัติเพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของไวรัสได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าประชาชนยังไม่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตาม MCO หรือยังไม่มีการขยายเวลาในการบังคับใช้ต่อจากวันที่ 14 เมษายนก็อาจทำให้สถานการณ์ยากต่อการควบคุมได้

นโยบายแนะนำสำหรับประเทศมาเลเซีย:

  1. เพิ่มการตรวจหาโรค โดยตรวจสอบคนที่ไม่มีการแสดงอาการแต่มีการติดต่อกับผู้ติดเชื้อมาก่อน เพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ในปัจจุบันได้ดีขึ้น
  2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการแพทย์ที่เพียงพอ รวมไปถึงอุปกรณ์ในการตรวจสอบ อุปกรณ์ในการป้องกันตัวเอง สั่งซื้อเวชภัณฑ์จากต่างประเทศหากจำเป็น
  3. สั่งให้แต่ละครัวเรือนที่มีสมาชิกในบ้านติดเชื้อหรือต้องสงสัยทำการกักตัว
  4. พัฒนาวิธีการหาผู้ต้องสงสัยและทำให้คนกักตัว
  5. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าประชาชนได้รับการเข้าถึงข้อมูล และได้รับการช่วยเหลือด้านอาหารและยา 
  6. ขยายเวลาของคำสั่ง MCO ให้นานขึ้นตามความจำเป็น และให้ข้อมูลกับสาธารณะในเรื่องของวิธีการป้องกันตัวเอง รวมทั้งทำการประกาศใช้คำสั่งอย่างชัดเจนและคอยอัปเดตสถานการณ์ว่าไปถึงขั้นไหนแล้วแก่ประชาชนให้ตระหนักถึงด้วย

หนึ่งความเห็นบน “รายงานสถานการณ์: มาเลเซีย”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.