วิกฤตความมั่นคงทางด้านอาหารในประเทศฟิลิปปินส์

สิ่งหนึ่งที่บ่งบอกได้ว่าผู้คนในหลายๆ หมู่บ้านกำลังอดอยากก็คือการที่มีคนทำตัวเป็นขโมย แอบย่องเข้าไปในสวนหรือสถานที่ต่างๆ เพื่อหาของมากิน อย่างพวกมะม่วง… ล่าสุดคนเหล่านี้เตรียมท่อนไม้ไผ่ไว้เป็นอาวุธแล้ว

หลายๆ รัฐบาลในทั่วโลกตอนนี้หันมาใช้มาตรการล็อคดาวน์ เป็นการบังคับให้คนออกมาพบกันในที่สาธารณะน้อยลงเพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของ COVID-19 ความมั่นคงทางด้านอาหารก็กลายเป็นปัญหาที่ถูกมองข้ามไปจากการบังคับใช้นโยบายนี้ เนื่องจากไม่มีการวางแผนเพื่อเตรียมพร้อมกับปัญหานี้มาก่อน รวมทั้งระบบการขนส่งที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ตอนนี้พวกเขาค่อยๆ เผชิญกับวิกฤตความมั่นคงทางด้านอาหาร โดยเฉพาะผู้คนในเมืองมะนิลาบริเวณที่มีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินครอบคลุมซึ่งเป็นเขตนครหลวง การประกาศให้มีการล็อคดาวน์ในเมืองลูซอนและมะนิลาส่งผลต่อสายโซ่อาหารจากท้องไร่สู่ชาวเมืองโดยตรง

มันเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินว่าสิ่งไหนเป็นสาเหตุของการขาดแคลนอาหาร สถานที่หรือเวลาเพราะมันเชื่อมโยงกัน แต่ความมั่นคงทางด้านอาหารในประเทศฟิลิปปินส์ที่ถึงขั้นวิกฤตนั้นเกิดขึ้นจากสองเหตุผลหลักๆ ด้วยกัน ข้อแรก การขาดแคลนอาหารในระยะสั้นๆ นั้นเกิดขึ้นทั่วโลก: คนหวั่นวิตกและซื้อของบนชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ตที่จะถูกเติมสินค้าให้เต็มชั้นอีกครั้งในวันถัดไป มีผู้คนมากมายแตกตื่นและพากันแห่ไปซื้อของที่ร้านขายของชำใกล้บ้าน ร้านเบเกอร์รี และตลาดสดทันทีเมื่อรัฐบาลประกาศใช้นโยบายล็อคดาวน์ในเมืองมะนิลา ซึ่งก็เหมือนกับในอีกหลายๆ ที่บนโลก

ฉันต้องยืนต่อแถวอยู่นานถึงสองชั่วโมงข้างๆ คนที่อาศัยอยู่ในระแวกเดียวกันเป็นร้อยๆ คน พวกเขากำลังต่อแถวรอซื้อของในร้านขายของชำเพื่อเก็บไว้บริโภคในภายหลังอีกหลายวัน คนที่มีกำลังซื้อก็จะซื้ออาหารไว้กักตุนมากจนเกินไปทำให้เกิดการขาดแคลนอาหาร ซึ่งเป็นผลกระทบที่จะกระทบต่อกันเป็นทอดๆ ยิ่งคนเห็นว่าชั้นวางของว่างมากเท่าไหร่ คนก็จะยิ่งกลัวและพากันไปซื้อของมาตุนไว้มากขึ้นไปอีก เพราะพวกเขากลัวว่า พรุ่งนี้จะแย่กว่าวันนี้จนไม่มีของเหลือ ยิ่งเป็นเหตุผลให้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ พากันไปซื้อของมากักตุนไว้ เป็นเหตุให้ชั้นวางของที่ไม่มีของเหลืออยู่ให้เห็นอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า

สำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างิลิปปินส์ที่มีโครงสร้างพื้นฐานของระบบการขนส่งที่ไม่แข็งแรงนัก เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มี ‘การตื่นตระหนกแห่ไปซื้อของ’ ความมั่นคงด้านอาหารสำหรับคนในเขตเมืองหลวง ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเครือข่ายการขนส่งที่เชื่อมต่อจากฟาร์มมายังสถานที่หลังการเก็บเกี่ยวอย่างศูนย์กระจายสินค้า ทำหน้าที่ขายต่อสินค้ามายังผู้ค้าปลีกอีกหลายราย จุดตรวจหลายจุดในพื้นที่เมืองลูซอนและเขตนครหลวงอยู่ในความควบคุมร่วมกันของทหารและตำรวจ ด้วยกฏเกณฑ์ที่ไม่แน่ชัด ทำให้เส้นทางในการขนส่งที่ซับซ้อนนั้นติดขัดไปอีก เรื่องง่ายๆ ที่สามารถทำได้คือสติกเกอร์หรือทำสัญลักษณ์กำหนดให้ใช้สำหรับรถขนส่งอาหารและสินค้าระหว่างเมืองหรือระหว่างบารังไกย์ให้ง่ายต่อการสังเกต [บารังไกย์คือเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นของรัฐบาลที่เล็กที่สุดในประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งมีจำนวนมากถึง 900 แห่งในเขตนครหลวง]

ห่วงโซ่อุปทานของข้าว

ผลลัพธ์ก็คือ กลายเป็นเรื่องยากสำหรับคนขายส่งที่จะหาของมาส่งต่อให้พ่อค้าแม่ค้าขายปลีกมีเก็บไว้ในคลังสินค้าของตัวเอง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับขายต่อให้กับผู้บริโภคอีกทอดหนึ่ง แถมก่อนหน้าสินค้าจะมาถึง พ่อค้าแม่ค้าขายปลีกก็ยังมีเรื่องให้ต้องกังวลเกี่ยวกับขั้นตอนในการขนส่งด้วย เนื่องจากจุดตรวจสอบต่างๆ ภายในเขตนครหลวงทำให้อาหารที่ถูกส่งเข้ามาต้องหยุดชะงักแทนที่จะมีการแจกจ่าย ปลากระป๋องซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรแจกจ่ายให้กับชาวบารังไกย์ที่ยากจน กลับถูกปล่อยค้างอยู่ที่ท่าเรือในกรุงมะนิลาเพื่อรอการแจกจ่ายจากที่จอดเรือกว่าจะมีการแบ่งส่วนและส่งต่อไปยังย่านชานเมืองและเมืองอื่นๆ แม้แต่ปลากระป๋องยี่ห้อ Zamboanga ก็ยังผลิตสินค้าได้น้อยกว่าที่ควรเนื่องจากขาดแรงงานเป็นจำนวนมาก เขตนครหลวงมีข้อจำกัดในเรื่องนี้เพราะจุดตรวจต่างๆ และเจ้าหน้าที่ที่ไม่ใช้ระบบการขนส่งที่มีให้เป็นประโยชน์มากกว่านี้เนื่องจากนโยบายการจำกัดการเดินทางที่มีอยู่

การขาดแคลนอาหารที่เคยคิดว่าเป็นเพียงปัญหาเพียงชั่วคราว ตอนนี้ได้กลายเป็นปัญหาขาดแคลนอย่างต่อเนื่องแล้วเนื่องจากไม่มีการปรับปรุงระบบการขนส่งให้เอื้ออำนวย หากยังมีการขัดขวางที่ไม่จำเป็นเกิดขึ้นในบริเวณจุดตรวจต่างๆ จะส่งกระทบต่อปัญหาการขาดแคลนอาหารและทำให้คนตื่นตระหนกและแห่ไปซื้ออาหารไปกักตุนไว้เพิ่มอีก ซึ่งถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็จะถึงจุดนึงที่เจอทางตันและไม่สามารถหาทางออกได้ จุดตรวจต่างๆ ที่มีในประเทศฟิลิปปินส์ทำให้เหล่าชาวไร่ชาวนาต่างพากันทิ้งผลิตผลของตัวเองในท้องไร่ จากที่ควรมีการส่งผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไปขายต่อหรือแปรรูป กลับถูกทิ้งให้เน่าเสียหายจนน่าเสียดายเพราะการห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนย้าย เราเห็นแครอทและกะหล่ำปลีเป็นจำนวนมากถูกทิ้งในเขตคอร์ดิลเยร

พวกเรายังคงอยู่หลังจุดตรวจต่างๆ ในย่านที่อยู่อาศัยของเรา มีทหารอยู่ที่ตรงทางเข้าหลักและมีตำรวจอยู่ตรงจุดตรวจที่สองในพื้นที่ที่เล็กกว่า 50 หลาในประตูของหมู่บ้าน ข้างถนนที่ติดกับส่วนอื่นๆ ของหมู่บ้านก็ถูกกั้นไว้ด้วยจุดตรวจอีกเช่นกัน การขนส่งอาหารเข้ามาภายในหมู่บ้านนั้นช้ามากจนผู้จัดส่งเลือกที่จะลดจำนวนอาหารที่จะถูกส่งมาที่นี่ลง สถานการณ์ในตอนนี้คือความต้องการอาหารนั้นไม่เปลี่ยนแปลงแต่พ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในหมู่บ้านกำลังเผชิญกับปัญหาที่ไม่สามารถเติมสินค้าภายในร้านได้ทัน การจำกัดการเดินทางจึงทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ลงไปอีก เพราะเป็นการกันพวกเราไม่ให้สามารถซื้ออาหารในเขตอื่นๆ ที่มีการเข้าถึงของการจัดส่งอาหารที่ดีกว่าได้

การขนส่งต้องหยุดชะงักครั้งแรกเป็นเวลาเจ็ดวันในช่วงล็อคดาวน์ที่ “ตลาดสกปรก” (ตลาดสดที่มีชื่อเสียงในแหล่งที่อยู่่อาศัยในหมู่บ้านที่มีฐานะค่อนข้างยากจน) ไม่มีอาหารสดและไข่ไก่ถูกนำมาส่งเพื่อขายที่นี่ ตามด้วยร้านขายเนื้อสัตว์ในตลาดที่จะเป็นรายต่อไป ร้านค้าหลายร้านปิดให้บริการ ส่วนร้านที่เหลืออยู่ก็เปิดให้บริการแค่ไม่กี่ครั้งในอาทิตย์ที่สองของการล็อคดาวน์ ร้านขายขนมปังปันดิซัลและร้านเบเกอร์รี่ก็ทยอยพากันปิดตัวลง เนื่องจากคนมาส่งแป้งในจำนวนที่น้อยลงและไม่บ่อยเหมือนที่เคย หมู่บ้านของเรามีร้านเบเกอร์รี่อย่างน้อยก็หกร้าน และมีคนขายขนมปังปันดิซัลอีกสองเท่าก่อนหน้าที่จะมีการล็อคดาวน์ พอ 2 อาทิตย์ผ่านไป ตอนนี้เหลือแค่อย่างละร้านเท่านั้น และดูเหมือนว่าก็จะเปิดให้บริการไปอีกไม่นานนัก

สัญญาณที่กำลังบ่งบอกว่า ผู้คนในหมู่บ้านกำลังหิวโหยก็คือในแต่ละวันจะมีคนทำตัวเป็นขโมยแอบย่องเข้าไปในสวนและที่อื่นๆ เพื่อหาเก็บพวกมะม่วง มะรุม และอะไรก็ตามที่กินได้ ปกติจะเป็นเด็กข้างถนนที่มาคอยเก็บมะม่วงในช่วงต้นของหน้าร้อน แต่ตอนนี้กลายเป็นผู้ใหญ่ทำและคอยดูลู่ทางเวลาที่ตำรวจจะคอยมาไล่อีก ตอนนี้พวกเขามีอาวุธในมือด้วยเป็นไม้ไผ่ พวกเขายังไม่ได้ใช้มันจริงๆ กับตำรวจแต่อ้างว่าต้องมีไว้ป้องกันตัวเองเวลาที่ตำรวจมาไล่แล้วใช้กำลัง ผู้หญิงและเด็กๆ หลายคนออกมาตอนเย็นเพื่อเก็บลูกมะรุมไว้ไปขายในตลาดสดตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น มีหลายวันมากที่ในตลาดเต็มไปด้วยของที่เก็บมาขายในลักษณะนี้

บาราไกย์เริ่มมีการส่งถุงยังชีพที่มีข้าวและปลากระป๋องภายในพื้นที่แล้ว แต่ก็ยังคงไม่เพียงพอต่อความต้อการของผู้คนที่กำลังหิวโหย เขตนครหลวงมของกรุงมะนิลากำลังเผชิญกับวิกฤต ดูได้จากตัวเลขของคนที่กำลังอดอยากนั้นมีมากกว่าในเมืองลูซอนซะอีก ซึ่งตัวเลขดังกล่าวกำลังขยับเป็นสามเท่าเร็วๆ นี้ เขตนครหลวงค่อยๆ เผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหารในระยะยาว ท่ามกลางประชาชนที่มีฐานะยากจน พร้อมกับเด็กๆ ที่ปกติก็ทนทุกข์ทรมานอยู่แล้ว เห็นได้จากอัตราการตายจากการขาดสารอาหารที่สูงจนน่าตกใจ การล็อคดาวน์แบบจริงจังที่เกิดขึ้นที่นี่ เป็นอันตรายต่อคนในพื้นที่เนื่องจากพวกเขาไม่ได้รับการดูแลเรื่องอาหารการกินที่เพียงพอในแต่ละวัน

งานของอมาตยา เซนที่ทำให้เค้าได้รับรางวัลโนเบลด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง เป็นเรื่องเกี่ยวกับกรอบความมั่นคงทางด้านอาหารจากความหิวที่พูดถึง ‘สิทธิประโยชน์’ อธิบายได้ง่ายๆ คือ การที่ใครซักคนควรจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่สามารถไว้วางใจได้ว่า พวกเขาจะมีชีวิตที่มั่นคงได้อย่างยั่งยืนจากสินค้าที่จำเป็นอย่างอาหารในแต่ละสถานที่ๆ ต่างกันออกไป ในโลกนี้ ตลาดถือว่าเป็นสิทธิประโยชน์แรกในเรื่องของอาหารเพราะตั้งอยู่ในพื้นที่ๆ มีกลุ่มคนจำนวนมากอาศัยอยู่ มีการขนส่งไปยังชุมชมอย่างสม่ำเสมอตามความต้องการด้วยราคาที่ต่างกันแล้วแต่คุณภาพ สิทธิประโยชน์แบบพึ่งพาตลาดทุนนี้ ทำให้ทุกคนสามารถจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าที่ตัวเองต้องการได้ในราคาปลีกนั้นๆ อย่างไรก็ตาม กลุ่มประชากรที่ไม่มีกำลังซื้อต้องการความช่วยเหลือ ในยามที่มีการขาดแคลนอาหารและต้องเจอกับราคาไม่เป็นธรรม รัฐบาล องค์กรการกุศล ประชาสังคม องค์กรทางศาสนา สมาชิกในครอบครัว สถานที่ทำงาน และเพื่อนบ้าน ต้องร่วมด้วยช่วยกันเพื่อให้รอดพ้นไปจากวิกฤษที่กำลังเผชิญอยู่ได้

แม้จะมีบทวิจารณ์ในเชิงไม่เห็นด้วย (และมีเหตุผล) ในสถาบันการศึกษา สิทธิประโยชน์แบบพึ่งพาตลาดทุนพิสูจน์ว่า สามารถแก้ไขปัญหาได้ดีกว่าระบบสิทธิประโยชน์แบบรวมเข้าสู่ศูนย์กลาง ภาวะข้าวยากหมากแพงในหลายสิบปีที่ผ่านมาเป็นผลมาจากการควบคุมการผลิตอาหารและการขนส่งที่มากเกินไปของรัฐ นโยบายด้านความมั่นคงทางด้านอาหารของประเทศฟิลิปปินส์ในหลายศตวรรษที่ผ่านมา มีการสงเคราะห์เงินให้การนำเข้าข้าวเพื่อให้มีข้าวที่ราคาถูกเป็นตัวเลือกภายในระบบที่ค่อนข้างเป็นไปตามสิทธิประโยชน์แบบพึ่งพาตลาดทุน

ประเทศฟิลิปปินส์กำลังเป็นเครื่องชี้นำให้เห็นว่า ระบบนี้อาจไม่ได้ผลภายใต้วิกฤตนี้ที่กำลังอยู่ในสภาวะตึงเครียด ภาวะเร่งด่วนของความมั่นคงด้านอาหารในหลายศตวรรษที่ผ่านมา มาในรูปแบบของราคาที่สูงเกินไปเนื่องจากความแห้งแล้ง ที่เป็นปัญหาต่อการผลิตในระดับภูมิภาคหรือความขัดแย้งกันด้วยอาวุธที่เป็ยปัญหาต่อระบบการขนส่ง รัฐบาลและองค์กรต่างๆ ภายในประเทศควรหาวิธีในการแก้ปัญหาเหล่านั้นในเบื้องต้นโดยเร็ว เพื่อเพิ่มสามารถในการขนส่ง ลดต้นทุนทางการตลาด และทำให้มั่นใจว่าประชาชนที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือมีเงินเพียงพอในการซื้ออาหารจากท้องตลาด

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์ตอนนี้เป็นสิ่งที่เราอาจจะเห็นในอีกหลายๆ ประเทศในโลก อาวุธเดียวที่รัฐบาลต้องรับมือเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโลกคือ การจัดการระบบการจัดส่งอาหาร เพราะสิ่งนี้กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในระดับประเทศและทั่วโลก นโยบายการค้าแบบเสรีที่ทำให้เกิดความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบจะได้ผล เมื่อการค้าเสรีสามารถเปลี่ยนให้การที่มีของล้นตลาดไปสู่มือของคนที่ต้องการรับไปได้ แต่มันไม่สามารถสำเร็จได้หากไม่มีการขนส่งสนุบสนุน ของที่ล้นตลาดนั้นจะไม่ถูกขายได้ทันเวลาในตลาดระดับประเทศ ในทางปฏิบัติก็คือ ประเทศฟิลิปปินส์กำลังเผชิญกับปัญหาที่มีมะพร้าวเกินจำเป็นแต่ขาดแคลนข้าว ประเทศอินโดนีเซียมีน้ำมันปาล์มที่ล้นตลาด และเคนยาที่ไม่มีการซื้อขายดอกไม้ระหว่างประเทศ

เป็นเรื่องสำคัญมากที่รัฐบาลจะต้องพึ่งภาคส่วนของเอกชนในการจัดการรวบรวมและขนส่งเพื่อผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ที่มีการผลิตได้ทันเวลา ระบบการแจกจ่ายอาหารของประเทศฟิลิปปินส์นั้นไม่มีประสิทธิภาพที่เพียงพอตั้งแต่ก่อนหน้าวิกฤตนี้แล้ว ตอนนี้แย่กว่าเดิมอีก เนื่องจากมาตรการจำกัดการเดินทางที่ไม่สดคล้องกันที่ถูกกำหนดจากรัฐบาลหลายระดับ มีระบบการแจกจ่ายอาหารที่ซับซ้อนในช่วงเวลาที่เกิดปัญหาการขาดแคลนอาหารเกิดขึ้น และแก้ไขได้ยากจากการที่ต้องกักตัวกันภายในชุมชน

ทางเดียวจะป้องกันปัญหาความหิวโหยของประชากรจำนวนมากได้คือ การที่รัฐบาลของประเทศฟิลิปินส์ออกมารับผิดชอบเรื่องการแจกจ่ายอาหารโดยตรง ให้สิทธิประโยชน์ และทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับภาคเอกชนในการดูแลระบบที่มีอยู่ก่อนที่จะมีวิกฤษเกิดขึ้น ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนควรที่จะเตรียมรับมือกับสภาวะอันตรายในกรณีที่ประเทศอื่นๆ งดการส่งออกอาหาร เพื่อให้แน่ใจได้ว่าประชาชนภายในประเทศตัวเองจะมีอาหารที่เพียงพอเพื่อให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้

หนึ่งความเห็นบน “วิกฤตความมั่นคงทางด้านอาหารในประเทศฟิลิปปินส์”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.