ตัวอย่างวิธีใช้เครื่องช่วยหายใจ 1 เครื่องต่อคนไข้ 4 คนในกรณีฉุกเฉิน

พวกเราใช้เวลาหลายวันที่ผ่านมาในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับคำแนะนำที่สามารถช่วยเหลือเหล่าบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อต่อสู้กับ COVID-19 หนึ่งในทีมนักแปลของเราได้ไปเจอกับทวีตทวีตหนึ่งที่มีลิงก์ยูทูปและบทความอธิบายถึงวิธีการใช้เครื่องช่วยหายใจหนึ่งเครื่องกับผู้ป่วย 4 คนในเวลาเดียวกันได้ จากที่เราเคยถูกเตือนจากรายงานที่ออกมาโดยอิมพิเรียลว่าคนไข้ COVID-19 ที่ต้องการเครื่องช่วยหายใจแต่กลับไม่มีเครื่องช่วยหายใจเพียงพอต่อคนไข้เหล่านั้นเนื่องจากขาดแคลนในห้อง ICU อาจส่งผลให้พวกเขานั้นเสียชีวิตได้

รายงานสถานการณ์ในประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวไว้ว่ามีคนป่วยในห้อง ICU เพียงแค่ 1 ใน 10 เท่านั้นที่มีเครื่องช่วยหายใจไว้ใช้งาน เราเกรงว่าอาจจะเป็นเช่นเดียวกันในประเทศทางตะวันออกเฉียงใต้ประเทศอื่นๆ สิ่งที่ทำให้นักวาดภาพประกอบช่วยวาด ‘วิธีใช้’ คำแนะนำและแปลเพื่อแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลหลายๆ แห่ง และได้ช่วยกันสรุปข้อมูลจากทั้งสองบทความและข้อมูลจากวิดีโอ 6 นาทีนั้นก็เพราะสิ่งนี้จะช่วยชีวิตคนได้อีกมากมายในอนาคตในยามจำเป็น

อัปเดต: ได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคปอดแล้ว

ในปี 2006 คุณหมอเกิร์ก เนย์แมนและชาร์ลีน แบบค็อก เออร์วินได้ตั้งสมมุติฐานไว้ว่าในช่วงที่มีปัญหาร้ายแรง เครื่องช่วยหายใจหนึ่งเครื่องสามารถใช้สอดท่อหายใจให้กับผู้ป่วย 4 คนได้ในเวลาเดียวกัน ในอนาคตโรงพยาบาลต้องรับมือกับผู้ป่วยมากมายจาก Covid 19 วิธีนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรรู้เพื่อใช้ในการช่วยชีวิตได้อีกหลายชีวิต จนกว่าระบบการแพทย์จะพร้อมรับมือต่อสู้กับความเป็นจริงที่ต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบันได้โดยเร็วที่สุด

การเปลี่ยนแปลงการทำงานของเครื่องช่วยหายใจนี้เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับโรงพยาบาลที่ไม่มีเครื่องช่วยหายใจสำรองหรือเพียงพอต่อคนไข้ในเหตุการณ์ฉุกเฉินเพื่อเตรียมความพร้อมของเครื่องช่วยหายใจที่สามารถรองรับจำนวนของผู้ป่วยได้ ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้นั้นก็เป็นอุปกรณ์ธรรมดาที่หาได้โดยทั่วไป ที่สามารถช่วยให้เครื่องช่วยหายใจเครื่องเดียวสามารถช่วยชีวิตคนได้มากตั้งแต่สองถึงสี่คนจากปกติที่ใช้หนึ่งเครื่องต่อหนึ่งคนเท่านั้น จากการทดลองเนย์แมนและแบบค็อกใช้ท่อบริกส์รูปตัว T จากรถเข็นของนักบำบัดโรคทางเดินหายใจที่ใช้สำหรับละอองของเหลว พวกเขาตัดถุงออกแล้วเชื่อมท่อหลายท่อเข้าด้วยกันจนกลายเป็นรูปตัว H จากนั้นก็ทำการเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องช่วยหายใจเพื่อให้อากาศที่ออกมาจากเครื่องนั้นสามารถแยกออกเป็น 4 ทิศทางไปหาผู้ป่วยทั้ง 4 คนได้ จากนั้นอากาศจะกลับเข้าสู่บริเวณเดียวกันที่พอร์ทของอากาศที่ออกมา ถ้าหากไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้ บุคลากรทางการแพทย์ต้องหาอุปกรณ์ที่ใกล้เคียงกันนี้เพื่อนำมาปรับใช้แทน

จากการทดลองเครื่องสามารถทำงานได้ประมาณ 12 ชั่วโมงจากการตั้งค่าควบคุมความดันและปริมาณ มีการตรวจสอบการทำงานของเครื่องช่วยหายใจแบบสุ่มเป็นระยะเพื่อทดสอบประสิทธิภายในการทำงาน ระหว่างการทดลองแรงดันอากาศไม่ได้เกินค่าที่เครื่องช่วยหายใจอาจเร่งให้เกิดปฏิกิริยาต่อการบาดเจ็บของปอดได้ ปริมาตรอากาศที่ไหลเข้าออกจากปอดผู้ป่วยต่อการหายใจหนึ่งครั้งอยู่ในระดับปกติที่ประมาณ 471-507 มล. นั่นคือประมาณ 7 มล./กก. สำหรับ 70 กก. ต่อคน จากการศึกษาพบว่าเครื่องช่วยหายใจในระดับ 6-8 มล./กก. จะช่วยแก้ไขปัญหาที่ทำให้ปอดบาดเจ็บได้

ในวิดีโอของเธอและจากการศึกษาพบว่าคุณหมอแบบค็อกได้ให้คำแนะนำไว้หลายอย่างกับคนที่สนใจการปรับเปลี่ยนเครื่องช่วยหายใจไว้ดังนี้

  • จัดให้คนไข้ที่มีขนาดของปอดใกล้เคียงกันอยู่ด้วยกัน
  • ตรวจให้แน่ใจมีว่าอุปกรณ์ช่วยถูกจัดให้ทำงานได้เหมาะสมเหมือนกัน
  • จัดตำแหน่งของผู้ป่วยในรูปแบบตามโครงสร้างของ “ดาวครึ่งดวง” ถ้าความยาวของท่อสำหรับคนไข้แต่ละคนมีความยาวเท่ากัน และให้ศีรษะของคนไข้อยู่ใกล้กับเครื่องช่วยหายใจ

คำแนะนำเหล่านี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าคนไข้จะได้รับปริมาณออกซิเจนจำเป็นในปริมาณที่เท่าๆ กันตามการจัดตำแหน่งให้อยู่ด้วยกันได้อย่างเหมาะสม แต่ถ้าคนไข้คนไหนที่มีความต้องการออกซิเจนในปริมาณที่แตกต่างจากคนอื่น วิธีนี้จะไม่ได้ผล เพราะจะส่งผลให้คนไข้รายนั้นไม่ได้รับปริมาณออกซิเจนที่เพียงพอ

ในขณะที่การปรับเปลี่ยนเครื่องช่วยหายใจนั้นได้ผลตามทฤษฎี มันเคยใช้งานแล้วได้ผลจริงในมนุษย์แค่หนึ่งครั้งเท่านั้น คุณหมอเควิน มีนได้สอนให้พนักงานใช้ท่อรูปตัว Y ในการปรับใช้เครื่องช่วยหายใจให้ใช้ได้ในคนไข้สองคนในเวลาเดียวกัน จากเหตุการณ์ยิงในลาสเวกัสที่มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ด้วยความคิดนี้ ทำให้คุณหมอสามารถยื้อชีวิตคนไข้ได้ทันเวลาก่อนได้รับความช่วยเหลือและสนับสนุนจากภายนอกต่อ เนื่องจากยังมีหลักฐานและการทดลองใช้งานที่ไม่เพียงพอ ทำให้พวกเรายังต้องเรียนรู้การใช้งานจากการปรับเปลี่ยนเครื่องช่วยหายใจอยู่อีกมาก ความเสี่ยงของการปนเปื้อนระหว่างผู้ป่วยยังไม่ได้รับการประเมินผลที่สมควร ตามทฤษฎีของคุณหมอแบบค็อก ความเสี่ยงดังกล่าวนั้นน้อยมากเนื่องจากอากาศไหลเวียนไปในทิศทางเดียวตามวงจร แต่หากยังไม่มีการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังก็ยังไม่สามารถที่จะสรุปแน่ชัดได้ซะทีเดียว

เครื่องช่วยหายใจไม่ได้ผลิตมาเพื่อให้ใช้ได้สำหรับคนไข้มากกว่าหนึ่งคน การปรับเปลี่ยนการใช้งานของเครื่องช่วยหายใจนั้นจึงเป็นไอเดียสำหรับใช้พิจารณาเมื่อถึงเวลาที่อุปกรณ์ที่มีอาจไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือชีวิตคนไข้ คุณหมอแบบค็อกได้กล่าวไว้ว่า “ถ้าฉันเป็นหมอและมีคนไข้สี่คนที่ต้องการใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่ฉันมีเครื่องช่วยหายใจแค่เครื่องเดียว ฉันจะจัดให้มีการพูดคุยกับครอบครัวของคนไข้ทั้งสี่คน และบอกว่าฉันอาจเลือกให้คนไข้แค่คนเดียวมีชีวิตอยู่ต่อหรือพวกเราสามารถทำให้ทั้งสี่คนมีชีวิตอยู่ต่อได้ด้วยการลองการปรับเปลี่ยนการทำงานของเครื่องช่วยหายใจนั้น” แต่นั่นใช้ได้เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น ซึ่งดูเหมือนว่าอาจเกิดขึ้นได้กับสถานการณ์ของ Covid 19 ในอนาคตอันใกล้

หมวดหมู่Thai

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.