ทางเลือก การล็อคดาวน์ขั้นจริงจัง

เพื่อทำความเข้าใจว่าการล็อคดาวน์มีประโยชน์อย่างไรบ้าง สามารถพิจารณาได้จากตัวอย่างต่อไปนี้: การแพร่กระจายของโรคโดยทั่วไปในขณะนี้จะลดลงได้เมื่อทุกคนในโลกพร้อมใจกันอยู่ที่บ้านเป็นเวลาสองอาทิตย์ ยกเว้นคนที่มีความจำเป็นในการทำงานจริงๆ การทำแบบนี้จะช่วยกีดกันไม่ให้ไวรัสมีโอกาสแพร่กระจายไปสู่คนอื่นที่อยู่นอกครัวเรือนของตัวเองได้ ใครก็ตามที่ป่วยจาก SARS-nCOV-2 จะค่อยๆ แสดงอาการออกมาภายในเวลาสองอาทิตย์ คุณควรที่จะให้แต่ละครัวเรือนในที่ๆ มีการรายงานผู้ติดเชื้อในพื้นที่ทำการกักตัวเป็นเวลาสองอาทิตย์ การทดสอบเพื่อค้นหาโรคควรเพิ่มขึ้นในทุกๆ ที่ หลังจากที่มีการรายงานผู้ติดเชื้อเกิดขึ้นแล้ว

หลายๆ รัฐบาลและกลุ่มเศรษฐกิจต่างพากันสั่นคลอนเพราะการแพร่กระจายของโรคส่งผลต่อเศรษฐกิจในทางลบอย่างรุนแรง ที่อื่นๆ อย่างประเทศฟิลิปปินส์ ผู้คนวิจารณ์เกี่ยวกับ “การกักตัวของคนในสังคม” เนื่องจากมันช่างคล้ายกับกฎอัยการศึก ในบทความนี้ เราจะมาพูดคุยและแบ่งปันข้อมูลของ 2 กลยุทธ์ที่ควรนำไปปรับใช้กับสถานการณ์ในปัจจุบัน: ตัวเลือกแรกคือการล็อคดาวน์ขั้นจริงจัง และอีกตัวเลือกคือการล็อคดาวน์แบบธรรมดาที่ยังไงก็ต้องใช้ในสถานการณ์เช่นนี้

การล็อคดาวน์ขั้นจริงจัง

การล็อคดาวน์ขั้นจริงจังเป็นการล็อคดาวน์ที่มีการประกาศเคอร์ฟิวโดยมีตำรวจ ทหาร และกำลังกึ่งทหารอื่นๆ มาช่วยเป็นหูเป็นตาเพื่อเป็นการควบคุมให้ทุกคนอยู่ในบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศจีนใช้อยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศด้วยระดับความเข้มงวดที่ต่างกันออกไป โดยปกติแล้วร้านทุกร้านยกเว้นโรงพยาบาลและร้านขายยาจะถูกสั่งให้ปิด ในขณะที่อนุญาตให้เหล่าร้านอาหารและร้านขายของชำสามารถส่งของได้ (หรือให้ลูกค้าซื้อกลับบ้าน) หากเข้มงวดถึงขั้นสุด จะอนุญาตให้มีตัวแทนของสมาชิกในครอบครัวคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถออกจากบ้านมาเพื่อซื้อของใช้จำเป็นจากร้านขายของชำได้ ประเทศอิตาลีกำลังใช้นโยบายแบบนี้อยู่ ตามด้วยประเทศอินเดียเมื่อไม่กี่วันมานี้

@BBCWorld ชาวอังกฤษและชาวต่างชาติในเมืองโกล ประเทศอินเดีย ประเทศสั่งปิดร้านค้าต่างๆ เป็นเวลา 3 วันแล้ว คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวไม่สามารถหาซื้อของได้ มีการทำร้ายร่างกายโดยตำรวจ มีวิดีโอที่มีการทำร้ายร่างกายกัน คนมากมายไม่มีแม้กระทั่งน้ำเปล่าให้ดื่ม พวกเขากำลังเผชิญกับความอดอยาก

— Zoe (@Diggidywiggidy) 26 มีนาคม 2563

บ่อยครั้งที่การล็อคดาวน์โดยส่วนใหญ่จะห้ามไม่ให้มีการเดินทางข้ามเมืองและจังหวัดกัน ประเทศฟิลิปปินส์ตอนนี้กำลังใช้การล็อคดาวน์ด้วยวิธีนี้แบบกระจายออกจากศูนย์กลางอยู่ด้วยการจัดกำลังทางทหารคอยดูแล มีการตั้งจุดตรวจที่มีทหารเป็นคนดูแลในบริเวณเขตแดนจังหวัดของเมืองลูซอนและมะนิลา คนที่เดินทางไปกลับข้ามเมืองเป็นประจำต้องมีพาสไว้แสดงในการเดินทางข้ามสองเมืองนี้ด้วย วิธีแบบการกระจายออกจากศูนย์กลางนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชากรและยากที่จะเข้าใจนโยบายโดยรวม เพราะตอนนี้เราเริ่มเห็นความกังวลของผู้คนว่าจะมีอาหารที่ไม่เพียงพอเกิดขึ้นแล้ว

ชาวไร่ในทางตอนเหนือของประเทศฟิลิปปินส์หยุดการเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ในไร่ของตัวเองเนื่องจากไม่สามารถทำการขนส่งและขายได้ . #ไวรัสโคโรนา ถ่ายภาพโดย: Jaren Catama Lamhi pic.twitter.com/5k64Vnvi2x

— Floyd Whaley (@FloydWhaley) 27 มีนาคม 2563

พวกเรารู้ดีว่ามันจะอันตรายขนาดไหนถ้าปล่อยให้ COVID-19 แพร่กระจายไปถึงต่างจังหวัดและเมืองเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลนอกอาณาเขตนครหลวง พวกเรารู้สึกเห็นอกเห็นใจเป็นอย่างมากที่ต้องมีการล็อคดาวน์เกิดขึ้นด้วยเหตุผลนี้ อย่างไรก็ตามพวกเราคิดว่ามันยังมีวิธีอื่นเป็นทางเลือกอีก 

ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ แต่พวกเขาจัดการคนที่ไม่ทำตามนโยบายเคอร์ฟิวด้วยการขังไว้ในกรงสุนัขใน #ประเทศฟิลิปปินส์ – อยากจะหยุดการแพร่กระจายของ #COVID19 เป็นอย่างมากอย่างเห็นได้ชัด ง่ายๆ คือละเมิดสิทธิและทำให้มั่นใจว่าหากใครคนใดคนหนึ่งในกลุ่มติด #Covid_19 พวกเขาทั้งหมดก็จะพากันเดือดร้อนไปด้วย แต่นี่มันก็เกินไป! https://t.co/W9NoQl72eD pic.twitter.com/5zQSGjMCHa

— Phil Robertson (@Reaproy) 26 มีนาคม 2563

การล็อคดาวน์แบบธรรมดา

ประเทศฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน เกาหลี และสิงคโปร์เป็นประเทศที่สามารถจัดการกับการแพร่กระจายของโรคได้ดีกว่าหลายประเทศ แม้จะไม่ได้มีการล็อคดาวน์แบบขั้นจริงจังก็ตาม แม้บางส่วนของประเทศเกาหลีได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคอย่างหนักหน่วงก็ตามก็ยังไม่ได้มีการประกาศใช้นโยบายล็อคดาวน์อย่างจริงจัง แต่ถึงจะกล่าวว่าไม่มีวิธีการจัดการที่เข้าข่ายการล็อคดาวน์เลยก็ไม่ใช่เสียทีเดียว

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศเกาหลีนั้นคล้ายกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศฮ่องกง: ไม่มีใครมาบอกหรือบังคับให้ประชากรและผู้ดำเนินธุรกิจต่างๆ ในประเทศว่าต้องอยู่บ้าน พวกเขารู้เองถึงสิ่งที่ควรทำในเวลานี้จึงจัดให้พนักงานในบริษัททำงานที่บ้าน ในช่วงที่มีการระบาดของโรคในเกาหลีมากที่สุด เมืองแทกูกลายเป็นเหมือนเมืองผีสิง เช่นเดียวกันกับประเทศฮ่องกง ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างรับรู้ถึงความเสี่ยงและตอบสนองเพื่อป้องกันความเสี่ยงไปเองตามเวลา

นอกจากนี้ คุณไม่สามารถที่จะไปรับการรักษาที่คลินิกหรือโรงพยาบาลที่นี่ได้ถ้าไม่มีการเช็คอุณหภูมิของตัวเอง และมีแบบฟอร์มคำแถลงเกี่ยวกับสุขภาพที่เซ็นรับรองเรียบร้อยแล้วซะก่อน ซึ่งเป็นหลักฐานที่สำคัญและเอาผิดได้ทางกฎหมายหากไม่เป็นความจริง ยิมก็เช่นเดียวกัน ต้องมีการเช็คอุณหภูมิร่างกายก่อนที่ทางเข้าหน้าประตู และปิดให้บริการเมื่อมีการรายงานผู้ติดเชื้อภายในพื้นที่เกิดขึ้น เหล่าซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำต่างๆ ในตัวเมืองก็ปิดให้บริการหลังจากที่มีการรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อไปซื้อของที่นั่นมาก่อน

วิธีเหล่านี้เรียกได้ว่ายังเป็นการ “ล็อคดาวน์แบบธรรมดา” เนื่องจากคุณไม่จำเป็นต้องมีคำสั่งให้เตรียมกำลังทหารหรือ ‘จุดพัก’ หรือจุดตรวจใดๆ หากคุณปิดโรงเรียนและจัดให้มีนโยบายให้พนักงานทำงานจากที่บ้านด้วยตัวเอง อย่างประเทศสิงคโปร์ในความเป็นจริงแล้ว ก็ไม่ได้มีการปิดโรงเรียน แต่ระมัดระวังด้วยการให้ครูหรือนักเรียนที่มีอาการป่วยอยู่ที่บ้านแทน คนที่รู้และเข้าใจถึงความเสี่ยงนี้จะอยู่บ้านเองโดยไม่ต้องมีใครมาบังคับ

ยิ่งกว่านั้น ในขณะที่ทุกคนมองว่าวิดีโอตลกมากๆ พวกเรากลับสงสัยในวิธีการบางอย่างที่ถูกใช้ในประเทศอิตาลี หน่วยงานด้านสุขภาพในประเทศฮ่องกงกล่าวว่า “การติดต่อใกล้ชิด” กับผู้ติดเชื้อ COVID-19 คือการที่ยืนห่างจากผู้ติดเชื้อในระยะห่างที่น้อยกว่าหกฟุตโดยไม่ใส่หน้ากากเป็นเวลาสิบห้านาที ซึ่งนั่นเป็นระยะห่างที่ไม่ได้ต่างอะไรจากระยะห่างของคนกับสุนัขเมื่อมีการจูงสุนัขไปเดินเล่นนอกบ้านปกติเลย คำสั่งที่ให้มีการล็อคดาวน์แบบจริงจังควรได้รับการพิจารณาให้ประกาศใช้ก็ต่อเมื่อมีหน่วยงานทางการแพทย์มีข้อกำหนดดังต่อไปนี้:

  • เมื่อมีการแพร่กระจายของโรคอย่างรวดเร็ว
    • ตัวอย่างเช่นในเมืองที่อยู่ใน ‘เขตอันตราย’ (เช่น: อู่ฮั่น, ลอมบาร์เดีย, นิวยอร์ค)
    • เมื่อตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ได้รับการรายงานไม่ได้แสดงถึงตัวเลขของผู้ติดเชื้อที่แท้จริงว่าการแพร่กระจายของโรคมันไปถึงไหนแล้วกันแน่ (เช่น: India)
  • ไม่มีการพูดถึงความเสี่ยงและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการแพร่กระจายของโรคได้อย่างทั่วถึงในที่สาธารณะ ทำให้ประชากรในพื้นที่ไม่ตระหนักถึงผลกระทบและแยกตัวออกจากการพบปะทางสังคม (social distancing) อย่างเพียงพอ
  • ภาคเอกชนไม่มีนโยบายให้พนักงานในบริษัททำงานจากที่บ้านด้วยตัวเองหากไม่มีคำสั่งจากรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

คงผิดจุดประสงค์ในการอ่านบทความนี้ หากคุณกำลังต้องการคำแนะนำที่ไม่จริงจังเท่านี้ในการยับยั้ง COVID19 ในความเป็นจริง ทุกๆ ประเทศในโลกตอนนี้ควรทำอะไรซักอย่างทีก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับการล็อคดาวน์ โดยไม่จำเป็นต้องจริงจังเท่าที่ประเทศจีนกำลังทำอยู่ โดยเริ่มจากการป้องกันไม่ให้มีคนออกจากบ้านยกเว้นมีเหตุจำเป็นด้านสุขภาพจริงๆ

การกักตัวแบบระบบศูนย์กลางโดยแบ่งชั้นภูมิ

เมื่อไม่นานมานี้มีข้อมูลทางการมาจากอู่ฮั่นที่มีคำถามเกี่ยวกับผลกระทบของการล็อคดาวน์เพื่อยับยั้ง COVID-19 เมื่อเปรียบเที่ยบกับการกักตัวแบบระบบศูนย์กลางและแบ่งชั้นภูมิ มีแผนออกมาตั้งแต่วันแรกที่มีการระบาดของโรคด้วยการแยกคนที่เป็นผู้ต้องสงสัยและผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ที่ได้รับการยืนยันแล้วแต่ความมากหรือน้อยของอาการให้กักตัวแยกจากคนอื่น การกักตัวผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อและคนที่มีความใกล้ชิดติดต่อกับผู้ต้องสงสัยมาก่อนออกจากประชาชนทั่วไปอย่างมีแบบแผนดูเหมือนว่าจะได้ผลมากกว่าการกักตัวออกจากคนอื่นกันเองแบบไม่มีแบบแผนซะอีก

ปัญหาก็คือการระบาดของโรคจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วซะจนไม่มีพื้นที่ว่างในโรงพยาบาลรองรับอย่างเพียงพอ โดยไม่มีการจัดเตรียมความพร้อมจนกระทั่งในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อสถานที่อย่างหอพักและโรงแรมถูกเปลี่ยนเป็นคลินิกและสถานที่ในการกักตัวชั่วคราว การกักตัวอยู่ในบ้านในที่ๆ เข้าข่ายว่าอยู่ในเขตอันตรายนั้นอาจไม่เพียงพอ ก่อนการกักตัวแบบระบบศูนย์กลางจะเกิดขึ้น ผู้ติดเชื้อหลายคนต้องกักตัวอยู่ที่บ้านที่กลายเป็นผู้แพร่เชื้อให้สมาชิกภายในครอบครัวของตัวเองและได้ส่งผลเสียต่อสุขภาพที่มากกว่าที่คิด

ถึงเวลาแล้วที่ต้องมีการจัดเตรียมความพร้อมทางด้านสถานที่ในการใช้เป็นที่กักตัวของผู้ติดเชื้อและผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อด้วยการค้นหาสถานที่ที่มีความเหมาะสมและปรับปรุงพื้นที่ สิ่งที่พวกเรากลัวมากไปกว่าการมีจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อที่มากล้นแม้มีนโยบายล็อคดาวน์แบบจริงจังแล้ว คือเรากลัวว่าการกักตัวแบบระบบศูนย์กลางที่รีบเร่งในสถานที่ต่างๆ ที่ไม่มีความพร้อมจะกลายเป็นลักษณะของค่ายกักกันแทน สถานการณ์นี้จะทำให้เหล่าบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นคุณหมอและพยาบาลทั่วโลกที่เป็นแนวหน้าต่อสู้กับสถานการณ์นี้ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เพียงพอเพื่อต่อสู้กับไวรัส ในอนาคตเราจะมีโรงพยาบาลและความพร้อมทางการแพทย์เพื่อดูแลผู้ป่วยน้อยลงเรื่อยๆ ถ้าปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด

2 ความเห็นบน “ทางเลือก การล็อคดาวน์ขั้นจริงจัง”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.